วอนช่วยหนุ่มไทยกลับจากไต้หวัน นอนป่วยอยู่ รพ. หลังกินก้อยดิบ พยาธิขึ้นสมอง

แรงงานไทยที่ไต้หวัน เก็บหอยมาทำก้อยกิน ทำพยาธิขึ้นสมอง นอนรักษาตัวที่ รพ. ในไต้หวัน ญาติวอนผู้ใจบุญนำตัวกลับบ้านเกิด
จากกรณีที่เฟซบุ๊ก เจ้าหญิง เจ้าชาย ได้โพสต์รูปคนป่วยนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล พร้อมขอความช่วยเหลือโดยระบุว่า คนงานไทยในไต้หวันกินอาหารเป็นพิษ นอนหมดสติรับการรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเกือบสองเดือนแล้ว อีกทั้งการเจ็บป่วยของคนงานคนนี้ไม่ได้เกิดในเวลางาน การรักษาของ

ประกันสังคมจึงมีขีดจำกัด ค่ารักษาพยาบาล ค่าหมอ ค่ายา บางส่วนคนไข้ต้องจ่ายเอง และค่าตั๋วเครื้องบินที่จะพาคนป่วยกลับไปรักษาตัวต่อที่เมืองไทยก็ไม่มีเงินพอจึงวอนขอความเมตตาจากผู้ใจบุญ ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือคนงานไทย ซึ่งข้อความดังกล่าวมีผู้แชร์ออกไปอย่างมากมายนั้น
ล่าสุด (20 เมษายน 2561) ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ ได้เดินทางไปที่บ้านของ นายฉัตรชัย ขุริดี แรงงานไทยรายดังกล่าวที่ ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้พบกับ นายประยงค์ ขุริดี อายุ 59 ปี นางทองวัน ขุริดี อายุ 55 ปี พ่อแม่ของนายฉัตรชัย พร้อมด้วย น.ส.อภิญญา เยาวลักษณ์ อายุ 39 ปี ภรรยาของนายฉัตรชัย

น.ส.อภิญญา เล่าว่า หลังสามีไปทำงานโรงงานที่ไต้หวัน จะติดต่อพูดคุยกันทางไลน์ทุกวัน กระทั่งเดือนมีนาคม สามีโทร. มาบอกว่าปวดท้องและปวดหัว หลังสามีและเพื่อนคนงานไทย 9 คน ออกไปหาเก็บหอยคล้ายกับหอยเชอรี่ในคลอง นำมาทำก้อยกินกันในวันหยุด ทั้งที่หัวหน้างานเคยอบรมแจ้งแรงงานไทยแล้วว่า อย่ากินปลาและหอยในคลองธรรมชาติ เพราะมีสารเคมีเยอะ ซึ่งคนไต้หวันจะกินปลาเลี้ยง และปลาทะเลเท่านั้น

หลังจากนั้น 2 วัน สามีและเพื่อนก็ยังอาการไม่ดีขึ้น จึงไปหาหมอของโรงงาน ได้ยามากินประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ยังไม่หาย จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาล ขณะนอนอยู่ในโรงพยาบาลตนได้บอกสามีให้ขอนายจ้างกลับบ้าน แต่นายจ้างยังไม่อนุญาต หลังจากนั้นก็ติดต่อสามีไม่ได้
ต่อมา เพื่อนคนงานไทยของนายฉัตรชัยได้โทร. มาบอกว่า สามีหมดสติไม่รู้สึกตัว ตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู พ่อแม่จึงยืมเงินกู้นอกระบบ 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 10 เป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่ากินอยู่ให้ไปดูอาการสามีที่ไต้หวัน ไปถึงก็พบว่าสามีนอนไม่ได้สติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียู เจาะคอให้อาการทางสายยาง หมอบอกว่าสามีกินหอยดิบทำให้พยาธิเข้าไปในร่างกาย เส้นเลือด และขึ้นสมอง และพยาธิได้กัดกินสมองไปแล้วบางส่วน ไม่มีโอกาสฟื้น แต่ยังไม่ตาย ต้องเป็นเจ้าชายนิทรา ให้ตนและพ่อแม่ทำใจ ซึ่งตนอยู่ดูแลสามี 1 เดือนวีซ่าหมดอายุ จึงต้องเดินทางกลับ

สาเหตุที่เพื่อนสามีอีก 8 คนอาการดีขึ้นแล้วนั้น เพราะกินหอยสุก หมอให้ออกจากโรงพยาบาล แล้วนายจ้างอนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่บ้านในไทย เมื่อหายดีจึงจะให้กลับไปทำงาน แต่ทั้งหมดยังมีอาการขาอ่อนแรง ส่วนสามีกินหอยดิบอาการจึงหนัก หมอบอกว่าหากไม่ต้องการให้ทรมาน ก็สามารถดึงออกซิเจนออก แต่พ่อแม่ยังทำใจไม่ได้ อีกทั้งตนก็รักสามี จึงอยากจะนำตัวกลับมารักษาที่บ้าน แม้เป็นเจ้าชายนิทราก็จะดูแลกันเอง แต่ค่าใช้จ่ายกลับแพง เพราะต้องเดินทางแบบคนป่วยทางเครื่องบิน เช่าเหมาลำราคา 5 แสนบาท และค่ารักษาพยาบาลอีกจำนวนหนึ่ง

น.ส.อภิญญา บอกอีกว่า นายฉัตรชัยรู้ดีว่าห้ามกินหอยกินปลาในคลอง แต่เพื่อประหยัดเงินค่าอาหารจะได้มีเงินส่งกลับมาใช้หนี้ทางบ้านจึงต้องกิน ส่วนเงินเดือนรวมโอทีได้ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท อีกทั้งมีคนงานไทยเคยกินแต่ไม่เป็นอะไร สามีจึงหากินบ้าง

ส่วนตอนนี้สิทธิ์ในการรักษาตัวจากโรงงานก็หมดแล้ว แต่ยังมีมูลนิธิแรงงานไทยที่ไต้หวัน และกลุ่มแรงงานไทยได้บริจาคเงินช่วยเหลือมาบ้าง โดยทางบริษัทที่จัดส่ง หน่วยงานจัดหางาน และสถานทูตก็มาดูแลให้บางส่วน จึงอยากวอนรัฐบาล ผู้ใจบุญช่วยเหลือ ช่วยเหลือนำสามีกลับมารักษาตัวที่บ้าน ให้ครอบครัวได้ดูแลในวาระสุดท้าย

ด้านนักวิชาการแรงงานชำนาญการ สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้สอบถามไปยังบริษัทจัดหางานที่ส่งตัวนายฉัตรชัยไปทำงาน ได้ความว่า ได้ประสานงานติดต่อให้การช่วยเหลือ โดยให้เอเย่นต์เป็นผู้ประสานงานให้ตลอด ส่วนเรื่องการรักษาคนงานใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพ ซึ่งจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าส่วนต่างในการรักษาเอง ส่วนการส่งตัวกลับมารักษาที่บ้าน แพทย์ที่ไต้หวันให้ความเห็นว่าจะต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่หากถอดเครื่องช่วยหายใจ คนงานอาจเสียชีวิตทันทีในระหว่างการเคลื่อนย้าย จึงให้รักษาที่โรงพยาบาลต่อ

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กระปุกดอทคอม