ผบ.ฉก.ร.5 ระบุมาเลเซียคุมเข้มชายแดน ส่งผลดีต่อไทย

ผบ.ฉก.ร.5 เผยมาเลเซียคุมเข้มชายแดน ซึ่งส่งผลดีต่อไทย เชื่อไอเอสไม่รวมกลุ่มขบวนการป่วนชายแดนใต้

พ.อ.วรเดช เดชรักษา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 (ผบ.ฉก.ร.5) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหน่วยลาดตระเวนชายแดนของประเทศมาเลเซียเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี ซึ่งส่วนตัวมองว่าจะส่งผลดีต่อไทยในทุกด้าน

ส่วนข้อกังวลจากปัญหากลุ่มก่อการร้ายไอเอส พ.อ.วรเดช ยืนยันว่า ไม่กระทบต่อไทย เป็นเพียงข้อกังวลของฝ่ายมาเลเซียเอง และเชื่อว่ากลุ่มไอเอส และกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีเป้าหมายต่างกัน ไม่มาไม่ผสมรวมกัน อย่างไรก็ตาม พบปัญหาการลักลอบเข้ามาใช้พื้นที่หลบซ่อนตัวของผู้ก่อเหตุรุนแรงจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทางด่านอำเภอสะเดา ซึ่งล่าสุดสามารถจับกุมได้ 1 คน แต่เชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่ขยายจาก 3 จังหวัดมายังเขตเมืองสงขลาที่มีมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุก ทั้งกล้องวงจรปิด และการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุก็ระวังตัวเองอยู่ ส่วนการตรวจสอบบุคคล 2 สัญชาตินั้น ยังคงใช้ระบบเดิม ที่เน้นตรวจสอบจากภาพถ่าย เพราะยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถสแกนใบหน้าได้

พ.อ.วรเดช กล่าวอีกว่า ในส่วนปัญหาแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ ฉก.ร.5 ดูแลรับผิดชอบตามปีงบประมาณ 2560 ส่วนใหญ่เป็นปัญหาแรงงานต่างด้าว ซึ่งสามารถจับกุม 15 ครั้ง รวม 224 คน ส่วนกรณีผู้อพยพชาวโรฮิงญายังไม่พบการเคลื่อนไหว เพราะต้นตอของขบวนค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาได้ถูกจับกุม ขณะนี้จึงไม่มีขบวนการที่จะสามารถนำชาวโรฮิงญาลักลอบเข้ามาได้อีก ทั้งนี้การข่าว ก็ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่เทือกเขาแก้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เคยเป็นแคมป์พักพิงของชาวโรฮิงญา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำลายแล้ว ปัจจุบันได้ปรับพื้นที่มาปลูกป่าทดแทน.-สำนักข่าวไทย